ภาวะรุมเร้า

posted on 26 Jul 2009 11:54 by khun-bie

ไม่ได้อัพนานมากเลย รู้สึกอัดอั้นตั้นใจยังไงไม่รู้สิ5555

 เริ่มเลยล่ะกัน

1 คะแนนสอบ กำลังลุ้นว่าอังกฤษจะปัดผ่านรึป่าว (ขอให้ตกกันเยอะๆเถอะ ) 14/30 ขอให้ครูใจดีเมตตาด้วยเถอะ  ชีวะ ไทย สังคม รอดแล้วโว้ยยย (สังคมน่าจะผ่านมีนพอดี555 ชีวะอัพเกรดจาก16มาเป็น18 ไทย ได้ยี่สิบ เยอะที่สุดตั้งแต่ขึ้นมปลายมา 555) แต่ตกเลขยากแน่นอน 5555555 ตกแล้วฮาอีก ยังดีมีเพื่อนตกด้วย

2 ช่วงนี้ตั้งแต่ก่อนสอบซัมแล้วแหล่ะ รู้สึกตัวเองขี้โมโห ใช้อารมณ์มากขึ้น รู้สึกผิดมากมายกับหลานตัวเอง อาละวาดใส่ในเอ็มประจำ อยู่ที่โรงเรียนบางทีก็ทำเป็นไม่คุยบ้าง (แต่ก็ยังคุย) ให้ตายสิ พอมาคิดดูดีๆแล้ว ที่เป็นแบบนี้เพราะโดนกวนประสาทเยอะนิเอง (มั้ง) โดนซะ สติแตก อาละวาดใส่ + กลัวอ่านหนังสือไม่ทัน งานก็เยอะ เห้อๆๆๆ

 

ใกล้สอบ + สอบตรง

posted on 07 Jul 2009 19:52 by khun-bie

อ่า ขณะนี้ก็เปิดรับสมัครสอบรับตรงของ ขอนแก่น มศว มหิดล  ซึ่งไอเราอยากสมัครก็อยากอยู่ แต่ค่าสมัครสอบก็แพงอยู่ (ถึงจะแพงไม่เท่าของ กสพทก็เถอะนะ) ช่วงนี้ก็หารายละเอียดเยอะมาก หาจน ไม่รู้ว่าหาได้ครบป่าวนะ ดูคุณสมบัติว่าเรามีครบมั้ย (ต้องถามหลายๆคนเพื่อความมั่นใจในข้อมูลด้วย)

อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็วันสอบซัมละ ช่วงนี้เลยพยายามอ่านสือให้ได้ห้าชั่วโมงต่อวันขึ้นไป (ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้สูงสุดที่ทำได้คือ ห้าชั่วโมงนี่แหล่ะ ถือว่าเยอะถ้าเทียบกับที่ผ่านๆมา) ก็เหลือเป็นบางวิชาที่ยังไม่ได้อ่านเลย (อ่านผ่านๆแต่ยังไม่ได้จำ)แล้วฉันจะไปรอดมั้ยว้าเนี่ย เห้อออ (ยังดีที่พอเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด แต่วิชาท่องจำนี่ก็นะ เยอะเกิ๊นนน แต่คงเยอะสู้พวกพี่หมอไม่ได้หรอกเนอะ)

วันนี้มาอัพเพื่อกันบลอคร้างสนิท 5555

Happy Birthday

posted on 13 Jun 2009 14:37 by khun-bie

18แล้วนะ

 

Happy Birthday to me

 

อิอิ

 

(รูปหอศิลป์ที่ขอกันไว้อยู่ด้านล่างเน่อ )

 

 

รูปหอศิลป์ตามสัญญา

posted on 12 Jun 2009 21:19 by khun-bie

แผนที่คร่าวๆ ถ่ายมาไม่ได้กะจะให้อ่านหรอก แค่พอรู้ว่าแผนที่ในนี้เป็นไง555

 

โฆษณา

เอามาให้ดูเป็นชิมลาง

ขนาดรูปที่เราเอามาลงอาจจะไม่เท่ากันนะ (พอดีกำลังเบลอๆหลังจากกลับจากอยุธยา)

ปังปอนด์

เป็นไงๆ

 

อ้ะ ถ่ายตรงบันไดเวียนขึ้นชั้นแปดกับเก้าน่ะ

คนที่มองมาทางนี้ ไม่ใช่เราหรอกนะ5555

 

บันไดเวียนจ้า

บันไดเวียนอีกเช่นเคย

 

 

 

 

 

ก็คงพอสังเขปกันไปล่ะนะ

 

เด๋วพรุ่งนี้หรือว่างๆจะมาเล่าเรื่องที่วันนี้ไปยุดยา ส่วนเรื่องรูปอยุธยาขอเวลาหน่อย ฮ่าๆพอดีช่วงนี้เหนื่อย

หอศิลป์

posted on 06 Jun 2009 10:03 by khun-bie

มาอัพให้พอรู้ว่า ยังมีตัวตนอยู่ 555555555555555555

 

ก็พยายามไม่อัพไร้สาระมากนัก แต่ดูเหมือนว่า จะหนักกว่าเก่าอีกแน่ะ - -*

 

ม6 ในความรู้สึกเราตอนนี้นะ งานเดี่ยวก็น้อยลง แต่งานกลุ่มยังเยอะเหมือนเดิม (ถ้าโชคดีเจอเพื่อนขยันๆพวกเราทั้งหลายแหล่ก็ได้อานิสงค์กันไป เช่นเราคนนึงล่ะ 555) เวลาเรียนก็ไม่ต้องเลิก15.50ทุกวันแล้ว มีแค่วันจันทร์เพราะมีชมรมคาบสุดท้าย วันอังคาร วันพุธ เลิกบ่ายสาม วันพฤหัสเลิกบ่ายสอง (ไม่น่าเชื่อจะมีด้วย!!!! แต่พวกวิทย์อินเตอร์เลิกบ่ายสองเกือบทุกวันเลยเหอะ ยกเว้นก็วันจันทร์) แต่เราก็พอใจแล้วแหล่ะ ไม่ต้องเลิกเวลาเดิมๆอย่างตอนมสี่มห้า

 

เมื่อวันพฤหัสก็ไปหอศิลป์มา ไปทำงานกลุ่มวิชาภาษาอังกฤษให้ทำโบร์ชัวร์ ไว้ว่างๆจะเอารูปมาแปะให้ดู ตอนแรกก็ไม่คิดว่า หอศิลป์จะมีอะไรมาก ก็งั้นๆอ่ะแหล่ะนะ แต่พอมาดูเข้าจริงๆ ก็มีอะไรมากกว่าที่คิดไว้ ทั้งความดึงดูดของรูปภาพบางรูปก็น่าฉงนไม่น้อย บางรูปก็อาร์ทมาก (โดยเฉพาะภาพแนวขาวดำอ่ะ ชอบมากๆเลย ดูแล้วดึงดูดความสนใจได้เยอะด้วย  ) จนไม่คิดว่านี่คนวาดเค้าวาดได้ขนาดนี้เลยเหรอ นึกว่าใช้คอมช่วยนะเนี่ย รายละเอียดทุกอย่างก็เป๊ะๆๆ สุดยอดอ่ะ ตอนนี้เราเลยคิดว่า โชคดีมากๆที่ได้มาหอศิลป์ (แอบคิดว่า อาจจะมาอีก หึหึ)

ช่วงนี้ที่หอศิลป์ก็ยังมีนิทรรศการ (จำชื่อไม่ได้แฮะ) แต่อยู่ที่ชั้น8 ,9  งานหมดวันที่14มิถุนายน ก็อาทิตย์หน้าพอดี ฮ่าๆ จากการไปหอศิลป์ครั้งนี้ ทำให้เรารู้ว่า เราเองก็ชอบดูภาพวาดเหมือนกันนะเนี่ย เพิ่งรู้ตัว เพราะตอนแรกไม่ได้คิดหรอกว่าจะไปนาน คิดไว้มากสุดแค่ครึ่งชั่วโมง (รวมระยะเวลาเดินทางจากโรงเรียนไปถึงหอศิลป์) เออ แต่พอดูแล้วมันก็เพลิน เป็นชั่วโมงนึง (อยากดูนานกว่านี้ด้วยจริงๆถ้าไม่ติดต้องรีบกลับบ้าน)

 

เผาหลาน + ไร้สาระ

posted on 31 May 2009 10:07 by khun-bie

โลกนี้ก็มีอะไรให้อึ้ง หรือเกินความคาดหมายได้ตั้งมากตั้งมายนิเนอะ

 

พูดถึงเรื่องนี้เลยอยากขอเล่าถึงคนๆนึง ดูภายนอกโคตรหงิม เรียบร้อย ดูแล้วไม่น่าจะพูดเป็น (ครูยังบอกเลยว่า คนนี้เรียบร้อยเกินไป)

 

สงสัย อ จะคิดผิดซะแล้วมั้งง เมื่อมาคุยด้วยนานๆเข้า ลายก็เริ่มออก ความน่ากลัวค่อยๆแผ่ออกมาทีละนิดๆ หึหึ (เป็นเพราะเวลาคุยกับน้องคนนี้ทีไร ก็ต้องมีอะไรเคลือบแฝงทุกทีสิน่า อ๊ะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ก็ดูน้องเค้าเงียบๆแต่ละครั้งก็ต้องคิดสิว่า จะคุยอะไรกับน้องดี ต้องพูดยังไงเค้าถึงจะเล่นกับเราด้วย555) (ขอโทษนะน้อง พี่ขอเล่าสักหน่อย มันเป็นเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจดีอ่ะ ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายอะไรกับน้องเลย) คุยกันไปคุยกันมา แอบล้วงความลับหลานในมุมที่ไม่คาดคิดก็พอสมควร หึหึ น้องเลยบอกว่า ยิ่งคุยกันไปก็ยิ่งรู้ถึงความน่ากลัวของป้ารหัสห้อง (น่าภูมิใจจริงๆ) 5555 (แถมเอาเราไปเขียนในชื่อเอ็มว่า ป้าน่ากลัวอ่า T-T)

 

ที่พูดมานี่คือ หลานรหัสห้อง661 แท้ๆของเรา  ไม่ขอเอ่ยนาม555555  แอบเผาหลานรหัสตัวเองสนุกดีไม่เบา 55555 ส่วนหลานรหัสสายก็ช่างโหดร้ายกับเราจริงๆ อุตส่าเสนอตัวจะไปสหกรณ์เป็นเพื่อนตอบกลับไม่ใยดีเลยว่า ไม่เอา ตอนนี้กำลังอยู่ช่วงงอนหลานรหัสสายอยู่5555 (แต่ปีนี้โชคดีได้หลานรหัสน่ารักทั้งคู่)

ขอจบเรื่องเผาๆกันไว้เท่านี้ ขืนเล่ามาก โดนหลานฆ่าตายโดยไม่รู้ตัวซะก่อน 5555 (อยากเอารูปหลานให้ดู ไว้ทีหลังล่ะกัน)

 

.........................................................

 

มาถึงเรื่องความไร้สาระของเรากันต่อ

 

คนอื่นบอกว่างานเยอะ แต่ทำไมเรารู้สึกว่า งานเริ่มน้อยกว่ามสี่ มห้า อีกนะ (หรือเพราะงานกลุ่มเยอะ งานเดี่ยวน้อย ทำให้ดูเหมือนว่าเราต้องทำน้อยลง รึป่าว) ตอนนี้ก็เลยมีเวลาอ่านหนังสือสอบกลางภาคซะพอสมควร (เอนท์กำลังคิดอยู่ว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหนยังไงดี แต่โชคดีปิดเทอมเก็บของมสี่ได้เกือบหมด)

วันพฤหัสกับศุกร์ไปศูนย์หนังสือจุฬา ตั้งใจจะไปดูหนังสือความถนัดแพทย์ (แต่ก็นะ มีน้อยกว่าที่คิด ไม่จุใจเลย ) เลยว่าขอยืมพี่ดีกว่า ฟรีด้วย 55555 แล้วก็ไหนๆก็ลองไปดูวิชาอื่นบ้าง ไทย สังคมเอย ก็นะ ไม่เจอที่ถูกใจเช่นกัน (ยังไม่ได้อ่านเลย สองวิชานี้ ทั้งฟอร์ ซัม เอนท์555 แล้วอนาคตตูจะรุ่งริ่งมั้ยว้า) ไอเราก็เลือกนานมากๆ เวลาเลือกหนังสือ ไม่ว่าจะหนังสือเรียนหรือนิยายก็ตาม คิดว่า ซื้อไปแล้วจะคุ้มมั้ยเนี่ย ไอเล่มนี้ สุดท้ายสองวันนี้ก็ไม่เอาสักเล่ม ฮ่าๆๆ (จริงๆอยู่ในช่วงประหยัดตัง เพราะตั้งใจจะซื้อของขวัญวันเกิดให้หลานรหัส แล้วก็ส่งน้องรหัสไปเมกา)

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา แทบไม่ได้กินอะไรมากมาย อย่างมสี่มห้าเคยทำมา กลับบ้านเร็วกว่าตอนมสี่มห้า ไม่ได้ไปเที่ยวเตล็ดเตร่ที่ไหนมาก รู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล เก็บตังได้มากขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ พอตั้งใจจริงรู้สึกว่า โชคก็จะช่วยเราตลอด คือจะคิดไว้ว่า แต่ละวันจะใช้เท่าไรเพื่อให้เก็บตังได้เท่านี้ บางทีตอนเย็น แม่จะโทมาบอกว่า ตอนนี้อยู่ศูนย์หนังสือจุฬา ก็จะดีใจมาก ไม่ต้องเสียค่ารถ ประหยัดไปอีก55555 อาศัยติดรถพ่อแม่กลับบ้านเอา ไม่ก็เจอรถเมล์ฟรี ประหยัดไปอีกนิด (เจอสองวันซ้อนด้วย) ถึงบางวันไม่เจอ แต่ก็รู้สึกว่า เก็บตังได้มากขึ้นเป็นกอง ฮ่าๆๆ

 

 

edit @ 31 May 2009 10:24:06 by ขุนบี้ผู้สันโดษ

จริงๆตอนแรกก็ไม่ได้จะอัพเรื่องนี้หรอก เพราะมีแพลนจะอัพเรื่องซึ่งเราอยากบอกมากๆแต่มันคิดไม่ออกว่าจะใช้ภาษาเขียนยังไงให้ดูดี และให้คนอ่านดูรู้เรื่อง จึงขออุบเก็บไว้ก่อนจนกว่าจะคิดคำดีๆใช้ได้5555

ชีวิตในห้อง74 ก็เริ่มโอเคแล้วนะ แต่ว่าทุกคนยังรู้จักกันไม่หมดเลย บางคนเห็นแต่หน้าไม่เคยคุยด้วยซ้ำ ฮ่าๆ จึงมีความคิดเล่นบัดดี้กัน (แถมไม่บอกอีกแน่ะว่าเฉลยเมื่อไร) และช่วงนี้ก็คงแอดเมลเพื่อนกันบรึม (ในห้องน่ะนะ)5555

ตอนนี้พูดจริงๆยังไม่ได้เริ่มอ่านเตรียมเอนท์หมอเลย มัวแต่อ่านของเทอมนี้เอาให้รอดก่อน เห้ออ อยากเริ่มอ่านเอนท์จะตายแล้วเนี่ย แต่ก็ต้องมัวพะวักพะวงกับการทำเกรดในห้อง ปั่นงานส่งครูอีกต่างหาก แล้วฉานจะเอาเวลาที่ไหนอ่านนนนน (แต่ตอนนี้ความกังวลที่จะเอนท์ไม่ติดมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะครั้งนี้เราเสี่ยงเอามากเลย สอบหมอเนี่ย ถ้าสอบไม่ติด ก็ยังพอมีคะแนนแกทแพท แต่ถ้าแกทแพทเน่าอีกล่ะ ฉานจะทำงายย) เพราะอันนี้เลยตั้งเป้าไว้เลยว่าไม่ให้ขี้เกียจ ถ้าไม่อ่าน ไม่ขยันก็สอบไม่ติด

แต่ตอนนี้ความคิดมีอย่างเดียวคือ หมอ คณะอื่นไม่ได้คิดไว้เลย ในใจทั้งใจมีแต่อาชีพนี้อย่างเดียวละ เพราะเราคิดว่าเราไปได้ และถ้าตั้งใจทำ ใส่ใจเต็มที่ เราจะพบแต่ความเจริญ ความสำเร็จแน่นอน (เป็นคำที่ยึดหลักในใจเรามาก) ที่เราอยากเข้าไม่ได้เพราะเงิน (คืออันนี้ ตอนแรกๆๆสมัยเด็กๆที่อยากเข้าเพราะเงินนี่แหล่ะ ด้วยความไร้เดียงสา) แต่ที่เราอยากเข้าเป็นเพราะ

อ่านตามข่าวหรือเวบไซด์เห็นว่า ผู้ป่วยที่ต่างจังหวัด ที่ขาดแคลนหมอจำนวนมาก ต้องรอคอยการรักษาด้วยความทรมานจากโรค (เห็นแล้วแบบว่านะ ซึ้งเลย ฉันจะเป็นหมอที่ดีให้ได้เลย ถ้าเอนท์ติด) หรือไม่อีกปัญหาที่พบ คือ ผู้ปวยไม่มีค่ารักษาเพียงพอ (อันนี้ชัด เพราะดูจากทีวี เห็นวันละสองสามรายที่ออกทีวี ) กำลังคิดอยู่ว่า ถ้าจบออกไปแล้ว เราจะทำยังไงดี อยากให้ทุกคนได้รับการรักษาเท่าๆกัน ไม่ต้องมากังวลเรื่องตัง อ้ะ แต่นี่ก็เป็นเรื่องของอนาคต ว่าจะปล่อยไปสักพักให้เอนท์ติดก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดทีหลังก็ได้มั้งว่าจะทำยังไง (เพราะถ้าคิดตรงนี้ มันจะทำให้เรามีกำลังใจที่จะเรียน จะพยายามมากขึ้นไง เรียนแบบมีจุดมุ่งหมาย)

และตอนนี้ อยากถามผู้อ่านที่ผ่านการเอนท์มาเรียบร้อยแล้วว่า ทุกท่านอ่านหนังสือก่อนสอบนานกี่เดือนกันคะเนี่ย (ขอความกรุณาจริงๆ อยากทราบมากมาย)

คะแนนเน่าอนาถมาก

pat2 = 107

pat5 = 140 แพทละสามร้อยเต็ม

 Gat = 192 หุหุ เน่าอนาถชิบ ขอไม่บอกซอยย่อยอีก อายเค้า

 

เย้ หลังจากคอยวันที่จะได้มีสายรหัสเพิ่มมาอีกคนก็มาจริงๆซะที หลานห้องน้องรุ้ง(เงียบมากๆ ต้องพยายามชวนคุย) หลานสายน้องหมิว (อันนี้ก็เงียบแต่ยังพอคุยกันได้บ้าง) น่ารักทั้งคู่เลยย แต่รู้สึกจะเอ็นดูน้องหมิวจริงๆจังๆแฮะ ไม่รู้ทำไมฮ่าๆ อยากจะบอกว่า สายรหัสสายวิทย์ญี่ของเรา เป็นผู้หญิงเจ็ดคนล้วนตั้งแต่พี่ปีสี่มาจนถึงน้องมสี่55555

วันนี้ก็รับห้องใหญ่มา หุหุ แอบซึ้งตอนบายศรี ร้องเองขนลุกซะเอง555 รักน้องนี่นา เวอร์ๆด้วย คอยดูเหอะ ตอนนี้น้องยังไม่คุยกับเรามาก แต่ต่อไปจะเอาให้....ทีเดียว555555

พรุ่งนี้ก็ตารับสายแล้ว ตื่นเต้นจัง ฮ่าๆๆ อ้ะ

 

วันนี้อัพสั้นๆก็พอมั้ง ไร้สาระไปอีกวัน

ตาเราแล้ว

posted on 08 May 2009 15:51 by khun-bie

ดีใจกับพวกพี่ๆด้วยนะคะที่เอนท์ติดคณะที่สมใจอยากไว้

พี่ฝ้าย - นิเทศจุฬา (แต่ก็เรียนวิทย์มา3ปี  เป็นพี่ที่น่ารักและเคารพมากๆเลย อิอิ )

 พี่ไหม - อักษรจุฬา เอกญี่ปุ่น(มั้ง)

พี่เบย์  - วิศวะจุฬา (สึโก้ยยย เด็กเคมี)

พี่เบส-   (พี่รหัสห้อง) ก็ได้หมอ มช (เชียงใหม่)   คนใกล้ตัวนี่มีแต่คนทำได้ทั้งนั้นเลยอ่ะ ทั้งๆที่ดูชิวมากๆเวลาอยู่ที่โรงเรียนอ่ะนะ

 พี่จ้ะเอ๋ พี่นา พี่ฝ้าย(เล็ก)- อักษรจุฬา

พี่ลูกนัท - รัฐศาสตร์ไออาร์ (การทูต) คนนี้สุดยอดจริงๆ ดูเทียบคะแนนสูงสุดต่ำสุดของปีก่อนแล้วคิดว่าน่าจะได้อักษรที่เลือกไว้อันดับสอง แต่ไม่คิดว่าจะได้อันดับหนึ่ง เจ้แกช็อค5555

พี่เน็พ (พี่รหัสสาย)- น่าจะได้เภสัช ตอนนี้เจ้าตัวอยู่จีนเลยโทไปหาไม่ได้555

พี่ป้อง - 695ของเตรียม ได้หมอจุฬาซะด้วยแน่ะ (มาอีดิทเพิ่ม มีคนเรียกร้อง)

ที่เอามาบอกอยากให้ตัวเอง(และอาจจะเป็นประโยชน์กับบางคน)รู้ว่า คนอื่นๆที่ติดคณะดีๆที่ต้องการได้ เค้าก็ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเราเลยนะ

หัวสมอง แขน ขา ตา หู จมูก ปาก มีตรงไหนที่คนเก่งๆไม่เหมือนเราบ้างมั้ย

คนทุกคนมีเวลาเท่ากัน มีความพยายาม ความอดทน ความขยันพากเพียรเหมือนกัน แต่ว่า ใช้ไม่เท่ากันก็แค่นั้น

นี่คงเป็นสิ่งที่คนเก่งๆทั้งหลายแหล่แตกต่างไปจากพวกเรา ทั้งๆที่เราก็ครบสามสิบสองส่วนเหมือนกัน(บางคน

ไม่ครบก็ยังทำได้มากกว่าพวกสามสิบสองส่วนบางคนเช่นเรา )

 

จริงๆพวกเราทุกคนไม่ได้ด้อยไปกว่ากันหรอก ทุกคนมีศักยภาพอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในตัวเรา อยู่ที่ว่าเราจะรู้จักตัวตน สามารถดึงพรสวรรค์ ดึงศักยภาพออกมาใช้กันมากน้อยแค่ไหน (ขออ้างอิงจากคำพูดของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี)

เรื่องบางเรื่องอาจจะดูว่าเป็นเรื่องยาก สาหัสสำหรับเรา แต่พอเราได้ลงมือทำจริงๆพร้อมความตั้งใจจริง เราก็คิดว่า เออ เราก็ทำได้นิ ง่ายกว่าที่คิดอีก เราขอยกตัวอย่างตัวเราเองก็แล้วกัน

ตอนมสี่ เราไม่ค่อยตั้งใจเรียนหรอก คะแนนถึงออกมาเน่า ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะเข้าคณะอะไร ก็คิดไว้ว่าคงเลือกทางศิลป์ เพราะเนื้อหาวิทย์เราไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่รู้จะไปรอดเปล่า (แต่ตอนนี้คิดได้แล้วเป็นเพราะเราไม่เข้าใจเนื่อหาพื้นฐาน และไม่มีความขยัน ความอดทน แตกต่างไปจากเพื่อนคนอื่นๆ ) เราก็มาสำนึกได้ตอนปิดเทอมขึ้นมหกนี่แหล่ะ ลองไปซื้อซีดีมาทำความเข้าใจเรื่องที่ผ่านๆมา ตั้งแต่มสี่

ก็เออ เราเข้าใจนิหว่า ทำไมเราถึงไม่ตั้งใจตั้งแต่มสี่นะ เรื่องแค่นี้เราก็ทำได้นิหว่า คิดแล้วเสียใจจริงๆแต่ก็ยังดีที่ยังอุตส่าคิดได้ตอนนี้ จะว่าสายก็เกือบสายอยู่ล่ะนะ 55555 

ตอนนี้จึงสัญญากับตัวเองไว้เลยว่า จะทำอะไรก็ทำให้เต็มที่ อย่าเพิ่งกลัวหรือวิตกล่วงหน้า (อันนี้เป็นบ่อยฮ่ะ แก้ไม่หายเลย) ขอแค่ตั้งใจจริงและทำจริง อดทน ขยันก็ทำได้แล้ว ถึงผลลัพธ์ออกมาจะไม่ดีเท่าคนอื่น ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เป็นฝีมือเราเอง หากเราไม่ย่อท้อ สู้ต่อไปเรื่อยๆ ความสำเร็จก็จะบังเกิดขึ้นมาเอง เราเชื่ออย่างนี้นะ ก็แล้วแต่มุมมองคนล่ะว่าจะทำยังไง

เพราะพวกพี่ๆก็ผ่านมาได้กันหมดแล้ว ติดคณะที่ต้องการกันก็เยอะ เป็นเหตุที่ทำให้เราคิดว่า เค้าทำได้เราก็ต้องทำได้สิ เรามีอะไรต่างจากเค้าเหรอ (นอกจากไอ้ข้างบนที่พูดถึงมาแล้วละนะ ความพยายามและเวลาที่เราใช้กันไม่เท่ากันน่ะ)

ปีนี้ เราอยู่ม6 ก็ถึงตาของบี้ ที่จะต้องก้าวสู้อุปสรรค เพื่ออนาคตตัวเองแล้วนะ

 

บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู แต่ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ

 

ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไป  ถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง

 

อุปสรรค คือ สิ่งที่น่าตกใจ ก็ต่อเมื่อ คุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง

 

รางวัลของสิ่งที่เรียกว่า ยอดเยี่ยม คือ การได้สร้างมันขึ้นมา

 

 

 ข้อความสีแดงอ้างอิง จาก http://gotoknow.org/blog/scented-book/193791

 

edit @ 9 May 2009 16:45:06 by ขุนบี้ผู้สันโดษ

เพื่อนใหม่ ห้องใหม่

posted on 04 May 2009 13:10 by khun-bie

ผ่านพ้นไปด้วยดีและด้วยความตื่นเต้นกับเมื่อวันที่2 พค ที่ผ่านมา เพราะเป็นวันมอบตัวขึ้นม6 และต้องแยกจากเพื่อนๆในสายวิทย์ญี่ปุ่นที่อยู่ห้องเดียวกันมาสองปี (มสี่ มห้า) แต่ก็มีเพื่อนบางคนก็ได้ติดตามเรามาด้วยอีกสี่หน่อ (แน่นอน สี่คนนั้นพวกเดียวกัน )

เราได้อยู่ 74 ตึกศิลปะ (ห้องเดียวกับพี่รหัสเมื่อปีที่แล้ว ของเค้าแรงจริงๆ55) ก็ดีนะ ตึกอยู่ทางหน้าโรงเรียน หน้าสระบัว วิวก็โอเค แต่อากาศก็ร้อนนิดนึง ทางเดินหน้าห้องค่อนข้างแคบไปหน่อย แต่คิดไว้ว่า อยู่ตึกนี้คงได้ทำอะไรมากๆขึ้นกว่า ตอนมสี่มห้าล่ะนะ (ก็เด็กเตรียมเอนท์แล้วนิ )แล้วไหนจะมีกีฬาสี ซึ่งตึกนี้มีแต่ม6เป็นส่วนใหญ่ ม4มีสองห้อง(ศิลป์เยอรมัน) ม5ไม่มี (ม5จะอยู่ตึก 9 ,60,55,8 ,หรั่ง) ที่พวก ม6อย่างเราต้องคอยคุมงาน คิดงาน ดูแลงานทั้งหมด (คิดแล้วเหนือยนะ แต่ก็อยากทำอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากตึกเดิม ตึกห้าห้าที่เคยอยู่ ได้เป็นแต่เบ้ คือ ทำม้าไม้ อุปกรณ์พาเหรด จำนวนคนทำก็ห้องเราทั้งห้อง ตัวใหญ่มากก)

ลืมกล่าวถึงเรื่องในห้องใหม่สนิทเลย อยากเล่าให้ฟังว่า โลกกลมจริงๆได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนสมัยมต้น ที่มาจากโรงเรียนเดียวกันมาก่อน (ตอนมต้น ไม่เคยอยู่ห้องเดียวกันเลย แต่ได้ยินชื่อบ่อย เพราะเพื่อนคนนี้เก่งเลขมาก) หึหึ แล้วก็คิดว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้อยู่ห้องนี้ ตอนแรกคิดไว้ว่าจะเข้ากับใครได้บ้างเปล่าว้า เพราะดูแต่ละคนก็มาจากสายเดียวกันก็เกาะกลุ่มกัน ไอ้เราสิ มีห้าคนแต่ก็เหมือนไม่มี(จริงๆแบบนี้อยู่คนเดียวจะดีกว่านะ คือถ้าได้อยู่ห้องนี้คนเดียวทั้งสาย เราจะไม่ว่าเลย ดีใจด้วยซ้ำ) แต่ก็นะ นอกจากว่าจะได้ห้าคนในห้องเดียวกันแล้ว(ซึ่งเป็นจำนวนคนที่เยอะที่สุด) ดูเหมือนว่าตึกศิลป์นี้วิทย์ญี่จะมาอยู่รวมกันเยอะที่สุดในบรรดาตึกม6ทุกตึกอีก (วิทย์ญี่ปุ่นมีห้องเดียวนะ)

จึงขอย้อนกลับไปคืนวันที่หนึ่งก่อนมอบตัวสักหน่อย

อืมม ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าตัวเองจะได้ห้องอะไรก็ทักเพื่อน (ไอ้ไอซ์ ประธานสายวิทย์ญี่ปุ่น) และดูเหมือนจะรู้ว่าทักด้วยเหตุผลอะไรก็บอกห้องพร้อมรายชื่อเพื่อนที่ได้อยู่ห้องไหนมาให้อีกด้วยแน่ะ555 พอรู้ว่าได้ห้อง74 รีบทักคนในเอ็ม(ที่ไม่ได้ทักนานแล้ว)ถามว่าอยู่ห้องอะไร เออก็เจอเอิง (วิทย์ประยุกต์)ที่รู้จักกันตั้งแต่ม4 ได้ห้องเดียวกันนี่ แทบกรี๊ดเลย ชวนเรานั่งด้วยอีกต่างหาก (ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เริ่มต้นกับเพื่อนห้องใหม่ได้ดี)คุยกันนานแสนนานยังกะไม่ได้พบมากันชาตินึง555555

แต่ความกลัวยังไม่ลดหายไปเท่าไร กลัวจะเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได้แฮะ แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องรู้จักกันให้ได้ทุกคนแหล่ะน่า ก็ยังดีกว่าปีที่ผ่านๆมาก็แล้วกัน

เรื่องนี้เราขอในใจมานานแล้วว่า ขึ้นม6 ขอให้ได้เจอเพื่อนดีๆ เพื่อนสนิท ช่วยเหลือกันและกัน เข้ากับเพื่อนได้ทุกคนไม่เกี่ยงว่าคนไหนเก่งคนไหนอ่อน (สาธุ)

 ปล ขอบคุณทุกคอมเม้นสำหรับเรื่องกระตุ้นให้อ่านหนังสือด้วยนะค้า

edit @ 4 May 2009 13:28:29 by ขุนบี้ผู้สันโดษ