V-happy change the world (การนั่งสมาธิ)
posted on 09 Oct 2011 10:47 by khun-bie in Experience

edit @ 9 Oct 2011 13:29:52 by Babygirl...

edit @ 9 Oct 2011 13:29:52 by Babygirl...
edit @ 17 May 2011 22:10:00 by ขุนบี้ผู้สันโดษ
เห้อออ ผ่านมาแล้วสองอาทิตย์กับชีวิตเฟรชชี่ในมหาลัย ก็นะผ่านมาได้ไง ตอนแรกไม่คิดว่าจะผ่านมาได้ด้วยดีหรอกเน้ออ อยู่ที่นีี่บางทีมีความรุ้สึกมากมายว่า คิดถึงรรเก่า คิดถึงตอนมปลาย คิดถึงเพื่อนๆมปลายทุกๆคน
รุ้สึกมากๆด้วย เพราะเรามาเรียนที่นี่ตัวคนเดียว คนอื่นหายหน้าหายตาไปจุฬา ธรรมศาสตร์กันหมดเลย เรามาเรียนคนเดียว เหงามากๆอ่ะ เกิดความรุ้สึกอยากเรียนมปลายอีกครั้งมากมาย (แต่เรื่องเรียนที่นี่ยังไม่มีปัญหานะแต่เกิดความรุ้สึกคิดถึงเพื่อนๆมากกว่าอ่ะ) อื้ออออออ
แต่อยู่ที่นี่ก็ได้เพื่อนใหม่มาบ้างนะ ก็โอเคอ่ะคุยกันได้กันดี คิดว่าคงจะสนิทต่อไปเรื่อยๆ (มีห้าคน แต่เราเด็กสุดในกลุ่มละ เพราะอีกสามคนเกิดสามสาม หยุดเรียนมาปีนึงกันบ้างแหล่ะ อีกคนก็ปาไปยี่สิบสองแล้ว ฮ่าๆเลยรุ้สึกดีนิดนึงที่เด็กสุด อินโนเซนท์ไร้เดียงสามากก) เพื่อนที่มหาลัยอ่ะแรงกว่าตอนมปลายเยอะอ่ะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัวหรือเลวอะไรนะ (เราอาจจะเด็กไปเองแหล่ะถึงได้ดูว่าเค้าแรงกัน)
อื้ออออ
มีงานกลุ่มโดนให้เป็นหัวหน้ากลุ่มสองงานละ (คิดในใจตลอดเอาฉันเป็นจะรอดเร้อออ หึๆๆ)แค่ใส่แว่นตั้งหน้าตั้งตาเรียนในห้องเนี่ยนะก็เลยโดนให้เป็นซะล่ะ เซงงงงงง5555555+
ไม่ได้อัพนานมาก
1 วันนี้ ตามชื่อเรื่องเลยนั่นน่ะ แก่อีกปีแล้วง่ะ (ไม่ขอบอกว่าเท่าไร หึๆๆ ) ก็อวยพรให้ตัวเองเจอแต่สิ่งที่ดีๆตลอดในชีวิตมหาลัยและชีวิตการทำงานของตัวเองในอนาคตข้างหน้า ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้และมีความสุขกับมันไปตลอดชีวิต ฮ่าๆๆๆ
2 เมื่อวานเพิ่งปฐมนิเทศที่มหาลัยทั้งวันเลยอ่ะ แถมมีพี่มารับน้องอีก แต่ง่วงมากมายย เพราะดันนั่งหลังแล้วพวกพี่ๆก็เค้าสนใจแต่หน้าๆกัน พูดไรมาทีแทบไม่ได้ยิน ก็คอยจนเวลาเลิกกลับบ้านเล่นคอม ฮ่ะๆแต่ของกินอร่อยนะตอนเที่ยงหลังจากปฐมนิเทศรวมกันแล้วก็แยกคณะไปตามที่ต่างๆที่กำหนดไว้
พูดถึงปฐมนิเทศรวมกันสักนิดนึง ไม่ได้กินข้าวเช้าไปนั่งตั้งแต่แปดโมงครึ่งยันเที่ยงอ่ะ หนาวแค่ไหนคิดดู บนห้องประชุมขนาดปานกลาง(สำหรับเรานะ) แต่ชอบการแสดงและที่อธิการบดีกับวิทยากรพูดมากเลยอ่ะ ทำให้เราอยากจะขยัน อยากจะตั้งใจเรียนมากๆเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถทักษะให้มากๆๆยิ่งขึ้นอ่ะ เออ ไม่รุ้ว่าที่มหาลัยอื่นจะเรียนแล้วเป็นยังไง แต่สำหรับเราคงไม่ต่างกันหรอกที่ไหนก็เหมือนกัน เราจะต้องเลิกขี้เกียจให้ได้อ่ะ เมื่อฟังทีี่พูดๆมาแล้ว ฮ่ะๆ
ฮ่าๆไม่ได้อัพนานมาก จริงๆกลับมาได้สัปดาห์นึงแล้วแหล่ะ แต่เพิ่งมาขุดคุ้ยเล่ากันให้ฟังกันสักหน่อยกับสิ่งที่ได้เจอมา กับการเข้าค่ายปฏิบัติธรรมเบื้องต้นครั้งแรก(ที่จริงจังของเรา)
สถานที่ฝึกคือ ที่อาคารคุณแม่สิริ กรินชัย ของสมาคมยุวพุทธิกสมาคม (ขออภัยคะถ้าเขียนผิด)
วันแรกเริ่มเลย ที่เจอมาทำให้คิดอยู่ว่าตูจะรอดมั้ยตลอดเจ็ดวันหกคืนเนี่ย กินข้าวก็กินทีละคำ(ห้ามตักพร้อมกิน คือให้ทำทีละอย่างให้เสร็จก่อนแล้วค่อยทำอย่างอื่น) ให้พักเที่ยงได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง เดินจงกรมทีละหนึ่งชั่วโมงประมาณสามครั้งต่อวัน โอ้ว ไม่นะ ไม่ไหวแล้ววว จุก ปวดหัว ปวดดไหล่อีก คืนแรกร้องไห้เลย ไม่ไหวจริงๆอยากกลับบ้านมาก และรุ้สึกเหงาด้วย(เค้าให้ไปฝึกนะแก) เหนคนอื่นมีพวกคุยกันตอนกลางคืนอ่ะ (แค่อยากมีส่วนร่วมด้วยอ่ะ)
คืนแรกโทไปหาแม่ปรับทุกข์ให้ฟัง พร้อมแม่มีข่าวดีมาบอกว่า เออที่มหาลัยโทมาแล้วนะ ให้ไปลงทะเบียนเรียนวันที่หก (กำลังคิดอยู่ในใจว่า เออปิดเมษาทั้งเดือนว่างไม่โท พอตูมาที่นี่ได้วันแรกปุ้บ โทมาเลยน่ะ แต่คิดว่าดีแล้วจะได้พ้นๆซะที น่าเบื่อ) แต่วันถัดมาก็ไม่รุ้ว่าทำไมถึงคิดไม่อยากกลับก็ไม่รุ้
วันต่อๆมา การเดินจงกรมของเราเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆไม่ปวดไหล่ละ แต่สองสามวันแรกยังรุ้สึกแน่นท้องอยู่เลย (แม่บอกว่าเพราะเราตั้งใจมากไป จุดประสงค์ที่เรามาเพราะอยากเรียนเก่งขึ้นในมหาลัยนี่แหล่ะเหออ) แต่ก็พยายามปล่อยๆน่ะ แล้ววันที่หกก็ขอครูออกมาก่อนไปมอบตัวทที่มหาลัย อันนี้เด๋วขอพักไว้ก่อนขอเล่าเรื่องนี้ให้จบก่อนเด้อ
หลังจากวันที่หกก็เริ่มมีเพื่อนเข้ามาคุยด้วย เราก้เริ่มกล้าๆกลัวๆบ้าง ไม่งั้นถ้าไม่คุยกะใครเลยเราบ้าตายก่อนแน่ๆ ก็ดีนะ ที่นั่นมีแต่คนหน้าเด็กทั้งนั้นเลยอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะแก่กว่าเรา ปริญญาโทแล้วด้วย คิดว่าน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเราแหงๆ แต่จบออกมาแล้วทำงานแล้วก็มีเยอะ โชคดีที่ห้องนอนเราไม่ค่อยมีคนแก่มากเลยคุยกันได้บ้าง (เลยสงสัยว่าคนที่ฟ้องว่าารำคานเสียงโทสับกับเสียงคุยนี่น่าจะมาจากห้องเรา แต่ก็ยังคุยกันอยู่ดีเพราะคนที่เคร่งๆย้ายที่นอนไปตรงที่โล่งๆว่างๆอีกฝั่งของห้องแล้วแหล่ะ) ฮ่าๆๆ พอได้เริ่มพูดคุยกันปุ้บ เจอแต่เรื่องแปลกๆของแต่ละคนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งเจอดี้เล่าเรื่องชีวิตตัวเองให้ฟัง เจอเด็กมห้าเล่าเรื่องตัวเองกับแฟน(พร้อมแม่แฟนอีก อันนี้เรื่องยาว ) อะไรอีกเยอะอ่ะ แต่สนุกดี ได้เจอเรื่องใหม่ๆ
แล้วก็หลังวันที่หกเราเริ่มจะอู้บ่อยขึ้น คือเข้าห้องน้ำ กินน้ำบ่อยขึ้น (ตรงนั้นมีเครื่องดื่มบริการตัวเอง เราก็นะ ล่อกินไมโลโอวัลตินสี่ห้าซองต่อวัน เพราะเดินจงกรมบางทีเดินจนอยากจะพักบ้างอ่ะ ครั้งแรกของเราคงต้องพักกันบ้างแหล่ะน่า เพราะเห็นหลายคนเค้าทำกันบ้าง เลยลองทำดู เออรุ้สึกหายเครียดไปเลย พอได้อู้นี่ ไม่ดีนะๆจริงๆอ่ะเป้นตัวอย่างไม่ดีเลย เลยกะว่าจะลองไปอีกครั้งดู หาเพื่อนไปด้วย อยากน้อยอยากมีคนคอยปรับทุกข์ คอยพูดคุยกับเราได้บ้าง เราไม่ใช่พวกที่เคร่งถึงขนาดไม่พูดคุยกะใครเลย) จนแอบโดนว่าเหมือนกันว่า เออ อย่าตามใจตัวเองมาก เพราะวิทยากรเห็นเรามากินน้ำบ่อยมาก (รำคานมากอ่ะ ทำไมต้องมาจ้องแต่เรา พอวันกลับเราย้ายที่ไปนั่งที่อื่นก็มาทักเราอีกว่าอยู่ในห้องปฏิบัติหรือไม่ ทำไมไม่เห็นเลย เราก็ต้องบอกไปสิว่าอยู่ โกหกได้ไง ถือศีลด้วยนะนั่น)เออ
(สงสัยอยู่ว่างานนี้เราไปแล้วได้อะไรมาบ้าง ไม่รุ้สิ รุ้สึกว่าใใจตัวเองมันเหมือนเริ่มปลงๆได้แล้วมั้ง พอเจอเรื่องอะไรที่รุ้สึกเฟลนี่เริ่มจะเฉยๆได้แล้วอ่ะ ประมาณว่าทำใจไดไวมาก ถ้าเป็นช่วงก่อนไปนี่คงรุ้สึกเฟลมากกว่านี้อ่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่รุ้สึกอยากไปที่นั่น ไม่อยากให้วิทยากรที่ทักเราจำเราได้ไง อยากให้ผ่านไปพักนึงก่อน เห้ออออ ไม่งั้นเค้าก้รุ้สิว่าถ้าเราอู้บ่อยอะไรงี้ )อะไรของเราเนี่ย ไปทำไมวะถ้าไปแล้วเป็นแบบนี้ เห้อออ
เรื่องมอบตัวมหาลัยเด๋วเล่าคราวหน้าละกัน
edit @ 16 May 2010 08:31:40 by ขุนบี้ผู้สันโดษ
ฮ่าๆๆ ดองนานเลย สัญญาว่าจะเอารุปมาให้ดู(แต่ว่าเอาลงวันแรกก่อนนะ เพราะรุปวันแรกที่เลือกมาก็เยอะพอสมควรกลัวกินเนื้อที่มากไปฮ่ะๆ) พอดีโดนใครบางคนทวง55555